สรุปใจความสำคัญ: บทความนี้รวบรวม Freight Forwarder และบริษัทโลจิสติกส์ 10 รายที่รองรับงานของบริษัท โรงงาน และผู้นำเข้า โดยเปรียบเทียบจากปีที่ก่อตั้ง ขอบเขตบริการ งานศุลกากร คลังสินค้า และข้อมูลจากเว็บไซต์บริษัทหรือสมาคมวิชาชีพ ผู้ประกอบการควรเลือกจากเอกสารและต้นทุนรวม ไม่ใช่ดูเฉพาะราคาต่อกิโลกรัม เพราะความเสี่ยงเรื่องใบขน พิกัด ภาษี และค่าใช้จ่ายปลายทางอาจตามมาภายหลังได้
ก่อนเลือกชิปปิ้งจีน ระวังคำว่า “ถูกกฎหมาย 100%” ที่มีแค่ในโฆษณา
ช่วงที่ผ่านมา Baolabee ได้รับข้อมูลจากผู้ประกอบการหลายรายว่า เคยเจอบริษัทขนส่งบางเจ้ามีวิธีดำเนินงานไม่ค่อยชัดเจน ทั้งการใช้ใบขนปลอมเพื่อให้ลูกค้าเข้าใจว่าสินค้านำเข้าอย่างถูกต้อง ทั้งการเสนอให้ลูกค้าซื้อ VAT จากบริษัทขนส่ง หรือการทำเอกสารบางส่วนให้ดูถูกต้อง ทั้งที่รายละเอียดเรื่องภาษีและชื่อผู้นำเข้าไม่ชัดเจน
ปัญหาคือเรื่องเหล่านี้มักดูไม่ออกตั้งแต่แรก เพราะถูกห่อมาด้วยคำโฆษณาที่ฟังดูน่าเชื่อถือ ไม่ว่าจะเป็น “ถูกกฎหมาย 100%” “เอกสารครบ” หรือ “ไม่มีปัญหาภาษีย้อนหลัง” แต่เมื่อไล่ดูรายละเอียดจริง หลายอย่างกลับไม่ตรงกับคำที่โฆษณาไว้

บางรายขายความสะดวก บางรายใช้ราคาถูกผิดปกติมาดึงลูกค้า และบางรายคิดค่าขนส่งแบบเหมารวมจนลูกค้าไม่รู้ว่าเสียภาษีนำเข้าเท่าไร ใช้พิกัดอะไร หรือใบขนออกในชื่อใคร กว่าจะพบว่าเอกสารมีปัญหา สินค้าก็เข้ามาแล้ว บัญชีก็ลงไปแล้ว เงินที่ประหยัดได้ในตอนแรกอาจไม่พอกับค่าใช้จ่ายและเวลาที่ต้องเสียไปกับการตามแก้ภายหลัง
ในตลาดก็ยังมีผู้ให้บริการอีกหลายรายที่ทำงานเป็นระบบ เอกสารชัดเจน และตรวจสอบได้ เพียงแต่ชื่ออาจไม่ได้ดังในกลุ่มแม่ค้าออนไลน์ ไม่ได้ยิงโฆษณาหนัก ไม่ได้ขายฝันด้วยเรตราคาต่อกิโลกรัม บริษัทเหล่านี้มักดูแลงานของโรงงาน ผู้นำเข้า และองค์กรที่ให้ความสำคัญกับเอกสารมากกว่าราคาถูกเพียงอย่างเดียว
Baolabee จึงรวบรวม 10 ชิปปิ้งจีนนอกกระแสสำหรับธุรกิจและบริษัทในปี 2026 มาให้เปรียบเทียบกัน โดยดูจากข้อมูลที่ตรวจสอบได้ เช่น อายุบริษัท รูปแบบการขนส่ง งานพิธีการศุลกากร คลังสินค้า เครือข่าย และความเหมาะสมกับลูกค้า B2B
หมายเหตุด้านความน่าเชื่อถือ: ข้อมูลเรื่องใบขนปลอมและการขาย VAT เป็นประสบการณ์ที่ Baolabee ได้รับจากผู้ประกอบการ และไม่ได้หมายถึงบริษัททั้ง 10 รายที่กล่าวถึงในบทความนี้ รวมถึงไม่ได้ใช้เพื่อกล่าวหาผู้ให้บริการรายใดเป็นการเฉพาะ รายชื่อนี้เป็นการรวบรวมข้อมูล ไม่ใช่การจัดอันดับว่าบริษัทใดดีที่สุด และไม่ได้รับรองคุณภาพการให้บริการแทนแต่ละบริษัท
เกณฑ์ที่ใช้คัดเลือกและตรวจสอบข้อมูล
-
มีชื่อบริษัท ที่อยู่ เว็บไซต์ หรือช่องทางติดต่อที่ตรวจสอบได้
-
มีบริการที่รองรับลูกค้าธุรกิจ เช่น Freight Forwarding พิธีการศุลกากร คลังสินค้า หรือขนส่งภายในประเทศ
-
มีประสบการณ์ เครือข่าย สมาชิกสมาคม หรือมาตรฐานที่ช่วยยืนยันตัวตนและขอบเขตบริการ
-
แยกข้อมูลที่บริษัทเปิดเผยเองออกจากข้อสรุปของผู้เขียน
-
ตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากแหล่งสาธารณะ ณ เดือนกรกฎาคม 2569
ตารางเปรียบเทียบ 10 ชิปปิ้งจีนสำหรับบริษัท
|
บริษัท |
ก่อตั้ง |
บริการเด่น |
เหมาะกับงาน |
|
CTI Logistics |
1977 |
ขนส่งหลายรูปแบบ ศุลกากร คลังสินค้า |
องค์กรและงานที่ต้องการบริการครบ |
|
Accord Pilot Logistics |
1994 |
FCL, Air Freight, คลังสินค้า |
นำเข้าเต็มตู้และงานในกลุ่ม Pilot |
|
Eagle Logistics |
2000 |
Air/Ocean, คลัง, ศุลกากร |
ขอราคาแบบองค์กรหลายบริการ
|
|
BUBU Freight |
2003 |
จีน-ไทย จัดหาและที่ปรึกษานำเข้า |
SME เจ้าของแบรนด์ และผู้นำเข้าจีน |
|
Handle Inter Consolidation |
2005 |
NVOCC, LCL, Logistics |
สินค้าไม่เต็มตู้และงานรวมสินค้า |
|
Profreight Group |
1988 |
ขนส่งหลายรูปแบบและ Project Cargo |
โรงงานและงานอุตสาหกรรม |
|
Dynamic Intertransport |
1989 |
Air/Sea, ศุลกากร, ขนส่งทางบก |
งานหลายโหมดและโลจิสติกส์องค์กร |
|
Trans Air Cargo |
1979 |
Air Freight |
งานเร่งด่วนและสินค้ามูลค่าสูง |
|
Full Well Freight |
2005 |
ศุลกากร AEO คลังและ Free Zone |
งานศุลกากรและซัพพลายเชนหลายขั้นตอน |
|
Good Freight and Transports |
ไม่พบข้อมูลยืนยัน |
Freight Forwarder, MTO, NVOCC |
งานนำเข้าทั่วไปและเส้นทางทั่วโลก |
1. ซีทีไอ โลจิสติกส์ | CTI Logistics

|
ที่ตั้งบริษัท |
ประเทศไทย; ก่อตั้งและมีสำนักงานใหญ่ในประเทศไทย |
|
ปีที่ก่อตั้ง |
พ.ศ. 2520 (ค.ศ. 1977) |
|
พื้นที่ให้บริการ |
ประเทศไทย อาเซียน กลุ่ม CLMV และปลายทางต่างประเทศผ่านเครือข่าย |
|
บริการหลัก |
Air Freight, Sea Freight, ขนส่งทางบกและข้ามแดน, พิธีการศุลกากร, คลังสินค้าทั่วไป/Free Zone/Cold Chain และงานเฉพาะทาง |
|
จุดเด่น |
บริษัทดำเนินงานมายาวนาน มีบริการหลายส่วนในเครือ และเปิดเผยสถานะ AEO, ISO 9001 รวมถึงสมาชิกสมาคมวิชาชีพ |
CTI เป็นรายที่ข้อมูลสาธารณะค่อนข้างครบ เว็บไซต์บริษัทระบุว่าเริ่มธุรกิจในปี 1977 และขยายสู่งาน Sea Freight กับ Customs Brokerage ในปี 1979 นอกจากนี้ยังมีบริการขอใบอนุญาตสำหรับสินค้าที่เกี่ยวข้องกับ สมอ. อย. และสินค้าเกษตร จึงเหมาะกับงานที่มีรายละเอียดด้านกฎระเบียบมากกว่าการขนส่งทั่วไป

เหมาะกับธุรกิจแบบไหน: องค์กรขนาดกลางถึงใหญ่ โรงงาน ธุรกิจอาหารและสินค้าเกษตร และบริษัทที่ต้องการรวมงานขนส่ง ศุลกากร คลังสินค้า และกระจายสินค้าไว้กับผู้ให้บริการรายเดียว
จุดที่ควรเช็กเพิ่มเติม: เส้นทางจีนที่ให้บริการโดยตรง ตารางขนส่ง ผู้รับผิดชอบแต่ละช่วง และเอกสารที่จะออกในชื่อบริษัทผู้นำเข้า
เว็บไซต์ทางการ: CTI Logistics
แหล่งข้อมูลที่ใช้ตรวจสอบ: About CTI, Customs Brokerage, Achievements และ Warehouse
2. แอคคอร์ด ไพลอต โลจิสติคส์ | Accord Pilot Logistics (Thailand)

|
ที่ตั้งบริษัท |
ประเทศไทย; เป็นบริษัทใน Pilot Group |
|
ปีที่ก่อตั้ง |
พ.ศ. 2537 (ค.ศ. 1994) |
|
พื้นที่ให้บริการ |
ประเทศไทยและเส้นทางระหว่างประเทศผ่านเครือข่ายของกลุ่ม |
|
บริการหลัก |
นำเข้า-ส่งออกทางเรือแบบ FCL, Air Freight และให้เช่าคลังสินค้า |
|
จุดเด่น |
อยู่ในกลุ่มโลจิสติกส์ที่เริ่มดำเนินงานตั้งแต่ปี 1988 และมีบริษัทในเครือรองรับ LCL, NVOCC, Customs Brokerage, ขนส่งทางรถ และคลังสินค้า |
จุดแข็งของ Accord Pilot คือสามารถเชื่อมบริการกับบริษัทอื่นใน Pilot Group ได้ตามลักษณะงาน เช่น งาน LCL งานศุลกากร หรือขนส่งภายในประเทศ บริษัทเปิดเผยข้อมูลทีมงานและโครงสร้างบริการในกลุ่มค่อนข้างชัดเจน เหมาะกับงานที่ต้องเชื่อมหลายบริการเข้าด้วยกัน

เหมาะกับธุรกิจแบบไหน: บริษัทที่นำเข้าเต็มตู้ มีงานทางอากาศควบคู่กัน หรือต้องการใช้คลังสินค้าและบริการอื่นในกลุ่มเดียวกัน
จุดที่ควรเช็กเพิ่มเติม: บริการใดทำโดย Accord Pilot โดยตรง บริการใดส่งต่อบริษัทในกลุ่ม และค่าใช้จ่ายระหว่างแต่ละช่วงคิดอย่างไร
เว็บไซต์ทางการ: Pilot Group
แหล่งข้อมูลที่ใช้ตรวจสอบ: รายชื่อบริษัทในกลุ่มและขอบเขตบริการ
3. อีเกิ้ล โลจิสติกส์ | Eagle Logistics Limited (Thailand)

|
ที่ตั้งบริษัท |
มีฐานการดำเนินงานในประเทศไทย |
|
ปีที่ก่อตั้ง |
พ.ศ. 2543 (ค.ศ. 2000) |
|
พื้นที่ให้บริการ |
ประเทศไทยและต่างประเทศผ่านเครือข่ายตัวแทน |
|
บริการหลัก |
Air Freight, Ocean Freight, คลังสินค้า และพิธีการศุลกากร ตามข้อมูลโปรไฟล์บริษัทที่เผยแพร่ต่อสาธารณะ |
|
จุดเด่น |
ให้บริการแบบ One-stop Logistics แต่ข้อมูลรายละเอียดบนเว็บไซต์สาธารณะยังมีจำกัดกว่าบางราย |
มีสำนักงานและช่องทางติดต่อในกรุงเทพฯ และมีประวัติการทำธุรกรรมขนส่งระหว่างประเทศปรากฏในฐานข้อมูลการค้า
มีการบริหารจัดการซัพพลายเชนและศุลกากรอย่างเป็นระบบ จากข้อมูลที่บริษัทเผยแพร่ มีบริการด้าน Air Freight, Ocean Freight คลังสินค้า และพิธีการศุลกากร แต่รายละเอียดเรื่องรูปแบบใบขนและการจัดการสินค้าร่วมตู้ควรสอบถามบริษัทโดยตรง

เหมาะกับธุรกิจแบบไหน: ธุรกิจที่ต้องการขอราคาแบบองค์กรและอยากรวม Air Freight และ Ocean Freight คลังสินค้า และศุลกากรไว้ในผู้ให้บริการรายเดียว
จุดที่ควรเช็กเพิ่มเติม: ขอ Company Profile ล่าสุด ใบอนุญาต สมาชิกสมาคม เครือข่ายต้นทางจีน และตัวอย่างขอบเขตเอกสารก่อนใช้บริการ
เว็บไซต์ทางการ: Eagle Logistics Limited (Thailand)
แหล่งข้อมูลที่ใช้ตรวจสอบ: โปรไฟล์บริษัท Eagle Logistics Limited (Thailand) บน JobThai และเว็บไซต์บริษัทที่ปรากฏในเอกสารต้นฉบับ
4. บูบูเฟรท | BUBU Freight

|
ที่ตั้งบริษัท |
ประเทศไทย |
|
ปีที่ก่อตั้ง |
พ.ศ. 2546 (ค.ศ. 2003), ปัจจุบันเป็น Gen2 ดูแล |
|
พื้นที่ให้บริการ |
จีน-ไทยเป็นเส้นทางหลัก และสามารถประสานนำเข้าจากประเทศอื่นตามลักษณะงาน |
|
บริการหลัก |
Freight Forwarding จีน-ไทย, ขนส่งทางเรือและทางบก, ประสานโรงงานจีน, จัดหาสินค้าเฉพาะทาง, วางแผนต้นทุนนำเข้า, เอกสารและพิธีการศุลกากร และจัดส่งในประเทศไทย |
|
จุดเด่น |
โดดเด่นด้านธุรกิจระหว่างประเทศ เป็นผู้ช่วยจัดหาสินค้าเฉพาะทางที่มีความยาก / มีบริการหลายอย่างครอบคลุมมากกว่าเฉพาะ Freight / เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านนำเข้าจากจีน |
BUBU Freight เป็นบริการในเครือ BUBULAALAA ที่ดูแลงานนำเข้าได้มากกว่าการขนส่งเพียงอย่างเดียว โดยโฟกัสลูกค้าธุรกิจที่นำเข้าสินค้าจากจีน และต้องการคำปรึกษาตั้งแต่ก่อนสั่งสินค้า ไม่ว่าจะเป็นการประเมินความเป็นไปได้ ประสานงานกับโรงงาน วางแผนต้นทุน ไปจนถึงเลือกวิธีขนส่งให้เหมาะกับสินค้าและงบประมาณ
บริการครอบคลุมทั้งทางอากาศ ทางเรือ และทางบก รวมถึงการขอใบอนุญาตนำเข้าและมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง ทีมงานเป็นคนไทยทั้งหมด จึงสื่อสารง่าย เข้าใจปัญหาของผู้ประกอบการไทย และช่วยดูรายละเอียดได้ครบกว่าการรับขนส่งอย่างเดียว นอกจากนี้ยังมีข้อมูลอ้างอิงถึงแบรนด์ที่มีชื่อเสียงซึ่งเคยใช้บริการ ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือในมุมลูกค้าธุรกิจ

เหมาะกับธุรกิจแบบไหน: SME ผู้จัดจำหน่าย เจ้าของแบรนด์ โรงงาน และผู้นำเข้าที่ต้องการคำปรึกษาหรือประสานงานจีนก่อนเริ่มขนส่ง
จุดที่ควรเช็กเพิ่มเติม: ขอบเขตการรับผิดชอบ เอกสารที่ได้รับ และค่าใช้จ่ายแต่ละช่วง
เว็บไซต์ทางการ: BUBU Freight
แหล่งข้อมูลที่ใช้ตรวจสอบ: เว็บไซต์และข้อมูลภายใน BUBU Freight
5. แฮนเดิล อินเตอร์ คอนโซลลิเดชั่น | Handle Inter Consolidation

|
ที่ตั้งบริษัท |
มีฐานการดำเนินงานในประเทศไทย |
|
ปีที่ก่อตั้ง |
พ.ศ. 2548 (ค.ศ. 2005) |
|
พื้นที่ให้บริการ |
ทั่วโลกผ่านเครือข่าย ตามข้อมูลสมาชิก TIFFA |
|
บริการหลัก |
Freight Forwarding, NVOCC และ Logistics; ประวัติกลุ่มระบุว่าบริษัทตั้งขึ้นเพื่อรองรับงาน LCL |
|
จุดเด่น |
มีจุดยืนชัดด้าน Consolidation และ LCL สำหรับสินค้าที่ไม่เต็มตู้ |
เชี่ยวชาญเป็นพิเศษในด้านการจัดการตู้สินค้าคอนโซล (LCL) สำหรับกลุ่ม B2B ที่ต้องการนำเข้าสินค้าปริมาณมากแต่ไม่ถึงขั้นเหมาตู้ รวมถึงงาน Door-to-Door และสินค้าลักษณะเฉพาะบางประเภท ข้อมูลจาก TIFFA ยืนยันสถานะสมาชิกและขอบเขต Freight Forwarders, NVOCC, Logistics

เหมาะกับธุรกิจแบบไหน: ผู้นำเข้าที่มีสินค้าไม่เต็มตู้ ต้องรวมสินค้าหลายล็อต หรือมีสินค้าเป็นล็อตย่อยจากหลายโรงงาน
จุดที่ควรเช็กเพิ่มเติม: รอบตัดตู้ จุดรับสินค้าในจีน ค่า CFS/Destination Charge ชื่อผู้นำเข้าในใบขน และความรับผิดเมื่อสินค้าร่วมตู้มีปัญหา
เว็บไซต์ทางการ: Handle Inter Group
แหล่งข้อมูลที่ใช้ตรวจสอบ: TIFFA Member Directory และประวัติ Handle Inter Group ที่เผยแพร่สาธารณะ
6. โปรเฟรทกรุ๊ป | Profreight Group

|
ที่ตั้งบริษัท |
ประเทศไทย; บริษัทระบุว่าเป็น privately-owned Thai company |
|
ปีที่ก่อตั้ง |
พ.ศ. 2531 (ค.ศ. 1988) |
|
พื้นที่ให้บริการ |
ในประเทศ ภูมิภาค และตลาดต่างประเทศ |
|
บริการหลัก |
ขนส่งทางเรือ ทางอากาศ ทางบก ขนส่งข้ามแดน พิธีการศุลกากร คลังสินค้า และ Project Cargo |
|
จุดเด่น |
เป็นกลุ่มโลจิสติกส์ไทยที่มีบริการหลายรูปแบบ รองรับตั้งแต่งานทั่วไปจนถึงงานอุตสาหกรรมและงานโครงการ |
เว็บไซต์ทางการระบุชัดว่า Profreight Group เป็นบริษัทไทยเอกชนที่ให้บริการด้านขนส่งและโลจิสติกส์สู่ตลาดต่างประเทศมาตั้งแต่ปี 1988 จุดเด่นจึงอยู่ที่ความหลากหลายของโหมดขนส่งและความสามารถในการจัดงานที่มีหลายช่วง มากกว่าการโฟกัสเส้นทางจีน-ไทยเพียงอย่างเดียว

เหมาะกับธุรกิจแบบไหน: โรงงาน ธุรกิจอุตสาหกรรม ผู้นำเข้า-ส่งออก และบริษัทที่มี Project Cargo หรือจำเป็นต้องใช้การขนส่งหลายรูปแบบ
จุดที่ควรเช็กเพิ่มเติม: ประสบการณ์ในหมวดสินค้าของคุณ ผู้รับผิดชอบแต่ละช่วง ใบอนุญาตที่เกี่ยวข้อง และค่าใช้จ่ายเฉพาะของ Project Cargo หรือ Cross-border
เว็บไซต์ทางการ: Profreight Group
แหล่งข้อมูลที่ใช้ตรวจสอบ: About Us และ Services
7. ไดนามิคอินเตอร์ทรานสปอร์ต | Dynamic Intertransport

|
ที่ตั้งบริษัท |
มีฐานการดำเนินงานในประเทศไทย |
|
ปีที่ก่อตั้ง |
พ.ศ. 2532 (ค.ศ. 1989) |
|
พื้นที่ให้บริการ |
ประเทศไทยและปลายทางระหว่างประเทศ |
|
บริการหลัก |
Air Freight, Sea Freight, พิธีการศุลกากร, ขนส่งทางบก และบริการโลจิสติกส์ ตามข้อมูลบริษัทและทำเนียบอุตสาหกรรม |
|
จุดเด่น |
มีประสบการณ์ในงานโลจิสติกส์องค์กรและรองรับการประสานขนส่งหลายช่วง |
Dynamic Intertransport มีชื่ออยู่ในทำเนียบสมาชิก TIFFA และรายชื่อผู้ให้บริการของหน่วยงานด้านท่าเรือ เริ่มดำเนินงานตั้งแต่ปี 1989 ให้บริการขนส่งข้ามพรมแดน (Cross-border) และมีข้อมูลสาธารณะเกี่ยวกับเครือข่ายรถขนส่งของตัวเอง จุดแข็งคือการขนส่งทางบกจากจีนตอนใต้ผ่านเส้นทาง R3A, R12 เข้าสู่ไทย

เหมาะกับธุรกิจแบบไหน: โรงงาน ธุรกิจอุตสาหกรรม และบริษัทที่ต้องการผู้ให้บริการหลายโหมดหรือมีการประสานงานหลายประเทศ
จุดที่ควรเช็กเพิ่มเติม: เส้นทางจีน-ไทยที่เดินจริง ความถี่ จุดผ่านแดน ผู้รับผิดชอบรถแต่ละช่วง เอกสาร Transit และค่าใช้จ่ายเมื่อเกิดความล่าช้า
เว็บไซต์ทางการ: Dynamic Intertransport
แหล่งข้อมูลที่ใช้ตรวจสอบ: TIFFA Member Directory, รายชื่อผู้รับจัดการสินค้าของการท่าเรือฯ และข้อมูลบริษัทที่เผยแพร่สาธารณะ
8. ทรานส์ แอร์ คาร์โก้ | Trans Air Cargo

|
ที่ตั้งบริษัท |
ประเทศไทย; บริษัทเอกชนที่ก่อตั้งในประเทศไทย |
|
ปีที่ก่อตั้ง |
พ.ศ. 2522 (ค.ศ. 1979) |
|
พื้นที่ให้บริการ |
ประเทศไทยและเส้นทางระหว่างประเทศผ่านเครือข่าย |
|
บริการหลัก |
Air Freight และ Freight Forwarding ระหว่างประเทศ รวมถึงบริการโลจิสติกส์ที่เกี่ยวข้อง |
|
จุดเด่น |
มีประสบการณ์ยาวนานและบริษัทระบุว่าได้รับสถานะ IATA Approved Agent ตั้งแต่ปี 1981 |
จากชื่อและประวัติของบริษัท จุดแข็งที่ชัดที่สุดคือ Air Freight จึงเหมาะกับสินค้าที่ให้ความสำคัญกับเวลาและมาตรฐานการจัดการทางอากาศ แต่ก็ให้บริการครอบคลุมทั้งทางรถและทางเรือด้วยมาตรฐานระดับสากล

เหมาะกับธุรกิจแบบไหน: ธุรกิจที่มีงานเร่งด่วน สินค้ามูลค่าสูง ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องมือแพทย์ หรือสินค้าที่ต้องส่งตามกำหนดเวลา
จุดที่ควรเช็กเพิ่มเติม: เส้นทางบินตรงหรือเปลี่ยนเครื่อง น้ำหนักคิดค่าระวาง ค่า Handling เงื่อนไขสินค้าควบคุม และประกันภัยขนส่ง
เว็บไซต์ทางการ: Trans Air Cargo
แหล่งข้อมูลที่ใช้ตรวจสอบ: Company Profile และประวัติ
9. ฟูล เวล เฟรท (ประเทศไทย) | Full Well Freight (Thailand)

|
ที่ตั้งบริษัท |
มีฐานในประเทศไทย; เว็บไซต์ระบุว่าเป็น Local Forwarder |
|
ปีที่ก่อตั้ง |
พ.ศ. 2548 (ค.ศ. 2005) |
|
พื้นที่ให้บริการ |
ประเทศไทยและทั่วโลกผ่านเครือข่ายพันธมิตร |
|
บริการหลัก |
Freight Forwarding, ขนส่งทางบก, คลังสินค้า, Project Cargo, AEO และบริการในพื้นที่ Free Zone |
|
จุดเด่น |
เว็บไซต์เปิดเผยปีที่ก่อตั้ง ขอบเขตบริการ และที่ตั้งสำนักงานทั้งสำนักงานใหญ่ สนามบิน และ Bangkok Free Zone ค่อนข้างชัด |
Full Well Freight มีข้อมูลสาธารณะที่ตรวจสอบได้ค่อนข้างดี โดยเฉพาะบริการเกี่ยวกับศุลกากร AEO คลังสินค้า และ Free Zone จึงเหมาะกับงานที่มีหลายขั้นตอน

เหมาะกับธุรกิจแบบไหน: บริษัทที่ให้ความสำคัญกับพิธีการศุลกากร งานสนามบิน เขตปลอดอากร Project Cargo หรือการบริหารสินค้าหลายขั้นตอน
จุดที่ควรเช็กเพิ่มเติม: ขอบเขต AEO ที่เกี่ยวกับงานของลูกค้า เงื่อนไข Free Zone ค่าคลัง ค่าเบิกจ่าย และผู้รับผิดชอบเอกสารสิทธิพิเศษทางภาษี
เว็บไซต์ทางการ: Full Well Freight (Thailand)
แหล่งข้อมูลที่ใช้ตรวจสอบ: Company และ Services
10. กู๊ดเฟรท | Good Freight and Transports

|
ที่ตั้งบริษัท |
มีฐานการดำเนินงานในประเทศไทย |
|
ปีที่ก่อตั้ง |
ยังไม่พบปีที่ก่อตั้งจากแหล่งสาธารณะที่ยืนยันได้ |
|
พื้นที่ให้บริการ |
Worldwide ตามข้อมูลสมาชิก TIFFA |
|
บริการหลัก |
Freight Forwarders, MTO, NVOCC และ Logistics |
|
จุดเด่น |
เป็นสมาชิก TIFFA ประเภท Ordinary และมีข้อมูลที่อยู่ เว็บไซต์ อีเมล และขอบเขตบริการในทำเนียบสมาคม |
Good Freight มีตัวตนและขอบเขตบริการตรวจสอบได้จาก TIFFA แต่ข้อมูลสาธารณะเรื่องประวัติบริษัทและบริการเชิงลึกยังมีไม่มาก จึงเหมาะกับการติดต่อขอ Company Profile และรายละเอียดเส้นทางเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจ มุ่งเน้นการให้บริการ Freight Forwarding สำหรับองค์กรธุรกิจ เน้นความน่าเชื่อถือและความปลอดภัยของตัวสินค้า มีบริการให้คำปรึกษาด้านสิทธิประโยชน์ทางภาษีอากร

เหมาะกับธุรกิจแบบไหน: SME ผู้นำเข้าสินค้าทั่วไป และธุรกิจที่ต้องการผู้ให้บริการ Freight Forwarding, MTO หรือ NVOCC ในเส้นทางระหว่างประเทศ
จุดที่ควรเช็กเพิ่มเติม: ขอ Company Profile ปีที่ก่อตั้ง ใบอนุญาตตัวแทนออกของ เส้นทางจีนที่มีประสบการณ์ และรูปแบบเอกสารภาษีก่อนตัดสินใจ
เว็บไซต์ทางการ: Good Freight and Transports
แหล่งข้อมูลที่ใช้ตรวจสอบ: TIFFA Member Directory: Good Freight and Transports Co., Ltd.
ชื่อไม่คุ้น ไม่ได้แปลว่าไม่น่าใช้
หลายบริษัทในรายชื่อนี้อาจไม่คุ้นหูคนที่สั่งของจากจีนหรือขายของออนไลน์ เพราะเน้นรับงานจากโรงงาน บริษัทนำเข้า ฝ่ายจัดซื้อ และธุรกิจที่มีงานขนส่งต่อเนื่องมากกว่า
บางครั้งบริษัทที่ดูนอกกระแส แต่คุยเรื่องใบขน พิกัด ภาษี และเอกสารได้ตรงไปตรงมา ก็น่าเอามาเปรียบเทียบกว่าเจ้าที่โฆษณาหนัก แต่พอถามรายละเอียดกลับได้แค่คำว่า “ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวจัดการให้”
อย่างไรก็ตาม ชื่อดังหรือไม่ดังไม่ได้บอกว่าบริษัทนั้นดีกว่าเจ้าอื่นเสมอไป ควรดูว่าข้อมูลบริษัทตรวจสอบได้หรือไม่ บริการตรงกับสินค้าแค่ไหน และรับลูกค้าประเภทใด เพราะหลายรายรับทั้ง B2B, SME, เจ้าของแบรนด์ และผู้ประกอบการรายย่อย แต่เงื่อนไขอาจต่างกันไป
ราคาถูกแค่ไหน ก็อาจไม่คุ้มถ้าสินค้าถูกกัก ยึด หรือปรับย้อนหลัง
ปัญหาเรื่องใบขน พิกัดศุลกากร และภาษี ไม่ใช่เรื่องที่แก้ด้วยการจ่ายส่วนต่างเพิ่มแล้วจบทุกกรณี หากมีการยื่นใบขน เอกสาร หรือข้อมูลที่ไม่ถูกต้องหรือไม่ครบ จนอาจทำให้เจ้าหน้าที่เข้าใจผิด อาจเข้าข่ายความผิดฐานสำแดงเท็จตามมาตรา 202 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 ซึ่งมีโทษปรับไม่เกิน 500,000 บาท
กรมศุลกากรมีข่าวจับกุมและตรวจยึดในลักษณะนี้ออกมาอย่างต่อเนื่อง ตัวอย่างเช่น กรณีตรวจสินค้านำเข้าจากจีนที่สำแดงชนิด ปริมาณ และน้ำหนักไม่ตรงกับของจริง รวมถึงไม่มีใบอนุญาตและหลีกเลี่ยงอากรกว่า 600,000 บาท

อีกกรณีหนึ่ง กรมศุลกากรตรวจพบแผ่นไม้ประสานกว่า 5,000 ชิ้น สำแดงพิกัดอัตราอากรไม่ถูกต้อง ทำให้ภาษีอากรและภาษีมูลค่าเพิ่มขาดกว่า 260,000 บาท ขณะที่มูลค่าสินค้าอยู่ที่ประมาณ 1.2 ล้านบาท
นอกจากนี้ ในปี 2569 ยังมีข่าวตรวจยึดสินค้าหลีกเลี่ยงอากรตอบโต้การทุ่มตลาด สินค้าสวมสิทธิ์หรือปลอมแปลงถิ่นกำเนิด รวมถึงสินค้าที่ไม่มีใบอนุญาตจาก อย. มูลค่ากว่า 73 ล้านบาท ซึ่งแสดงให้เห็นว่าหน่วยงานรัฐไม่ได้ตรวจเฉพาะสินค้าผิดกฎหมายชัดเจนอย่างยาเสพติดหรืออาวุธเท่านั้น แต่รวมถึงสินค้าธุรกิจทั่วไปที่เอกสาร พิกัด ถิ่นกำเนิด หรือใบอนุญาตมีปัญหาด้วย
เมื่อลองเทียบกันแล้ว เงินค่าขนส่งที่ประหยัดได้ไม่กี่พันหรือไม่กี่หมื่นบาท อาจไม่คุ้มกับความเสี่ยงที่สินค้าถูกกัก ถูกยึด งานล่าช้า ต้องจ่ายภาษีเพิ่ม เสียค่าปรับ หรือถูกตรวจย้อนหลัง โดยเฉพาะบริษัทที่ต้องลงบัญชีและชี้แจงที่มาของสินค้าให้ครบทุกขั้นตอน
ขนส่งแบบไหนที่ควรระวัง ก่อนเลือกชิปปิ้งจีน

การคิดค่าขนส่งเป็นกิโลกรัมหรือคิวไม่ได้แปลว่าผิดเสมอไป
แต่ถ้าราคาถูกแบบเหมารวมจนไม่รู้ว่าเสียค่าขนส่งเท่าไร ภาษีเท่าไร ใช้พิกัดอะไร และใบขนออกในชื่อใคร แบบนี้ควรถามให้ชัดก่อนโอนเงิน
อีกเรื่องที่ต้องระวังคือการรวมสินค้าหลายประเภทไว้ในตู้เดียวกัน
โดยเฉพาะตู้ที่มีสินค้าหลากหลายมาก แต่ผู้ให้บริการไม่อธิบายเรื่องการแยกเอกสารหรือความรับผิดชอบให้ชัด เพราะหากสินค้าของรายอื่นมีปัญหา ทั้งตู้อาจถูกตรวจหรือล่าช้าไปด้วย
บางเจ้ามีแอปพลิเคชันให้ติดตามสถานะ ดูสะดวกดี แต่ถ้าในแอปมีแค่ยอดรวม ไม่มีใบเสนอราคา ใบขน ใบเสร็จภาษี หรือรายละเอียดค่าใช้จ่ายให้ตรวจสอบ ความสะดวกแบบนี้ก็อาจซ่อนปัญหาไว้มากกว่าที่คิด
ส่วนบริการที่ผูกมากับทัวร์แม่ค้า คอร์สสอนนำเข้า หรือคำโฆษณาว่า “ง่าย จบ ครบ ไม่ต้องรู้อะไรเลย” รวมถึงข้อเสนอว่า “มีทางเลือกให้จ่ายภาษีน้อยลง” ยิ่งต้องถามให้ละเอียด เพราะสุดท้ายคนที่ต้องรับผิดชอบเรื่องเอกสารและภาษีคือผู้นำเข้าเอง
เลือกชิปปิ้งจีนสำหรับบริษัท ต้องตรวจสอบอะไรบ้าง
1. ใครเป็นผู้นำเข้าในใบขนสินค้า
ถ้านำเข้าในนามบริษัท ควรถามให้ชัดว่าใบขนจะระบุชื่อบริษัทของคุณหรือชื่อบุคคลอื่น เพราะมีผลต่อบัญชี ภาษี และการตรวจสอบย้อนหลัง
2. ราคาที่เสนอรวมค่าอะไรแล้วบ้าง
ขอใบเสนอราคาที่แยกค่าระวาง ค่าต้นทาง ค่าท่าเรือ ค่าพิธีการศุลกากร อากร ภาษี ค่าขนส่งปลายทาง และค่าใช้จ่ายพิเศษ อย่าดูเพียงยอดรวม
3. ใช้พิกัดศุลกากรอะไร
พิกัดมีผลต่ออัตราอากรและใบอนุญาต ผู้ให้บริการควรอธิบายเหตุผลและเอกสารประกอบ ไม่ควรเลือกพิกัดจากอัตราภาษีต่ำเพียงอย่างเดียว
4. สินค้าต้องมีใบอนุญาตหรือไม่
อาหาร เครื่องสำอาง เครื่องใช้ไฟฟ้า สารเคมี อุปกรณ์สื่อสาร และสินค้าเกษตรอาจอยู่ภายใต้หน่วยงานกำกับ ควรตรวจสอบก่อนสั่งผลิตหรือจ่ายเงินให้โรงงาน
5. มีประกันภัยและเงื่อนไขเคลมอย่างไร
ความรับผิดของสายเรือ สายการบิน และ Freight Forwarder มีข้อจำกัด ควรดูทุนประกัน ข้อยกเว้น ระยะเวลาแจ้งเหตุ และเอกสารที่ใช้เคลม
6. เอกสารอะไรที่จะได้รับหลังจบงาน
อย่างน้อยควรทราบว่าจะได้รับใบเสนอราคา ใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จ ใบขน เอกสารภาษี เอกสารค่าระวาง และหลักฐานการขนส่งฉบับใดบ้าง

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับชิปปิ้งจีนสำหรับบริษัท
ชิปปิ้งจีนกับ Freight Forwarder ต่างกันอย่างไร?
คำว่า “ชิปปิ้งจีน” ในตลาดไทยอาจหมายถึงผู้รับฝากสั่งซื้อ ผู้รวบรวมสินค้า หรือผู้ขนส่งแบบคิดตามน้ำหนัก ส่วน Freight Forwarder ทำหน้าที่วางแผนและประสานการขนส่งระหว่างประเทศ รวมถึงเอกสาร ศุลกากร และผู้ให้บริการหลายฝ่าย
บริษัทควรเลือกขนส่งทางเรือ ทางบก หรือทางอากาศ?
ทางเรือเหมาะกับสินค้าปริมาณมากและวางแผนล่วงหน้า ทางบกเหมาะกับจีน-ไทยเมื่ออยากได้สมดุลระหว่างเวลาและต้นทุน ส่วนทางอากาศเหมาะกับสินค้าเร่งด่วน มูลค่าสูง หรือน้ำหนักไม่มาก
นำเข้าแบบมีใบขนสำคัญอย่างไร?
ใบขนเป็นเอกสารหลักที่แสดงผู้นำเข้า รายละเอียดสินค้า พิกัด ปริมาณ มูลค่า อากร และภาษี ช่วยให้บริษัทลงบัญชีและตรวจสอบที่มาของสินค้าได้
จะรู้ได้อย่างไรว่าราคาถูกจริง?
ต้องเทียบต้นทุนรวมถึงคลังหรือหน้าร้าน ไม่ใช่ดูเฉพาะค่าระวาง เพราะราคาที่ต่ำกว่าอาจยังไม่รวมค่าต้นทาง ค่าปลายทาง ค่ารอ ค่าตรวจสินค้า ใบอนุญาต หรือภาษี
ควรขอราคาอย่างน้อยกี่เจ้า?
ควรส่งข้อมูลชุดเดียวกันให้ผู้ให้บริการอย่างน้อย 2-3 ราย เพื่อเทียบราคา ขอบเขตงาน เอกสาร ระยะเวลา และความชัดเจนในการตอบคำถาม

สรุป: ชิปปิ้งจีนเจ้าไหนดีสำหรับธุรกิจในปี 2569
ไม่มี Freight Forwarder รายใดเหมาะกับสินค้าทุกประเภท บริษัทที่เด่น Air Freight อาจไม่ใช่ตัวเลือกที่คุ้มสำหรับสินค้าหนัก ขณะที่ผู้ให้บริการ LCL อาจเหมาะกับสินค้าล็อตย่อยมากกว่าการจองเต็มตู้ การตัดสินใจเลือกชิปปิ้ง หรือ Freight Forwarder จึงควรเริ่มจากประเภทสินค้า เส้นทาง เอกสารที่ต้องใช้ ระยะเวลาที่รับได้ และต้นทุนรวมที่ตรวจสอบได้
ก่อนขอราคา เตรียมข้อมูลให้เหมือนกันทุกเจ้า ได้แก่ รายละเอียดสินค้า HS Code ที่คาดการณ์ ขนาดและน้ำหนัก จุดรับสินค้า Incoterms กำหนดส่ง ใบอนุญาตที่เกี่ยวข้อง และบริการที่ต้องการ จากนั้นค่อยเปรียบเทียบทั้งราคา เงื่อนไข เอกสาร และความชัดเจนในการสื่อสาร



























